แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไซไฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไซไฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569

ตราบนานเท่านาน

            “ตอนนั้นผมหวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงโลกได้”

หลายร้อยปีก่อนหน้านั้น...

ลึกลงไปใต้ดินจนถึงชั้นดินแข็ง มีช่องว่างขนาดใหญ่ที่ถูกขุดเจาะและเสริมโครงสร้างเหล็กรับแรงจนกลายเป็นห้องพักอาศัย ส่วนพื้น ผนัง และเพดานถูกฉาบไว้ด้วยคอนกรีตต่อเนื่องกันไปหลายร้อยห้อง แบ่งเป็นโซนพักอาศัย ทำงาน และกิจกรรม ไฟแสงสว่างแบบแอลอีดีทำหน้าที่แทนแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ในธรรมชาติ ทำให้ผู้อยู่อาศัยผ่อนคลาย มีระบบควบคุมการระบายอากาศส่งผ่านท่อเล็ก ๆ ทุกห้องตลอดแนวทางเดิน โดยรับพลังงานมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่อยู่บนผิวดิน

คนที่ลงมาอาศัยอยู่ที่นี่คือกลุ่มวิศวกร นักออกแบบ และนักวิทยาศาสตร์หลายแขนงที่เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ซึ่งได้ร่วมกันสร้างชุมชนใต้ดินแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อหลีกหนีจากสภาพอุณหภูมิพื้นผิวโลกที่สูงจนทำให้อวัยวะภายในล้มเหลวและฝุ่นพิษหนาแน่นเกินกว่าที่จะหายใจได้ ด้วยหวังว่าวันหนึ่งข้างหน้าพวกเขาจะสามารถหาทางฟื้นฟูโลกให้กลับมาสมบูรณ์อย่างในอดีต

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ความทรงจำหนึ่งซึ่งหนักมาก

             ลึกเข้าไปในความมืดที่เยียบเย็น บางอย่างที่ถูกกดทับอยู่ในนั้นรอวันที่จะได้คลี่คลายออกมา เหล็กเส้นข้ออ้อยหนาใหญ่ยื่นทะลุคอนกรีตในสภาพบิดงอผสมกับส่วนของซากคอนกรีตขนาดมหึมามากมายที่ทับซ้อนกัน แต่งแต้มด้วยคราบเชื้อราสีดำที่กัดเซาะกะเทาะเอาสีที่ทาฉาบไว้ให้หลุดลอกออกมา แม้อาจไม่ได้ตั้งใจแต่ที่นี่ดูราวกับเป็นประติมากรรมจากการเรียงซ้อนของชิ้นคอนกรีตนับไม่ถ้วนที่เหยียบย่ำกันเองเพื่อขึ้นไปสู่ยอดปลายหวังเพียงหลุดพัน หากที่นี่จะไม่มีชีวิตหลงเหลืออยู่แต่ร่องรอยของอดีตตึกบางกอกเวิลด์ทาวเวอร์ที่เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้ กลับมีความทรงจำมากมายหลับใหลอยู่ทั้งส่วนที่ดีและสิ่งที่ร้าย นับแต่ที่มันจากไปในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2575


วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ETERNITY

“ไม่คิดว่าเราจะได้อยู่ดูโลกจนถึงวันที่มนุษย์กำเนิดขึ้นมาอีกครั้งนะ” ต้นไม้ลำต้นสูงตระหง่านเสียดฟ้าสื่อสารกับต้นไม้ที่อยู่ถัดไป

“จริงด้วย นานมากเลย ตั้งแต่วันนั้น น่าจะมากกว่าพันปีได้แล้วละมั้ง” ต้นไม้ที่มีลำต้นสูงใหญ่ใกล้เคียงกันตอบกลับ

“ถ้าเปรียบเทียบเวลากับวิวัฒนาการนี้ก็นับว่าเร็วมาก” ต้นไม้ที่ดูเคร่งขรึมกว่าแสดงความคิดเห็น

“แต่สำหรับต้นไม้อย่างพวกเรา ที่เติบโตผ่านฤดูกาลต่าง ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็นับว่านานทีเดียว” ต้นไม้ที่ดูอ่อนโยนกว่าบอก

“นอกจากพวกเราแล้ว ดีที่มีเครือข่ายต้นไม้เพื่อน ๆ ที่คอยสื่อสารกันผ่านโครงข่ายรากใต้ดิน ทำให้ได้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในส่วนต่าง ๆ ของโลกนะ” 

“ใช่แล้ว ทำให้เราได้รับรู้การเติบโตของเพื่อน ๆ ต้นไม้ เกือบทั้งหมดเลย”

“ทีมงานที่ช่วยกันซ่อมแซมโลก ผ่านการฟื้นฟูดินด้วยราก และฟอกอากาศด้วยใบ” ต้นไม้เคร่งขรึมพูดด้วยความภาคภูมิใจ

“ตอนนี้แสงแดดที่อบอุ่นส่งมาถึงใบของพวกเราแล้ว ดีจังที่พวกเราไม่ยอมถอดใจในวันนั้น” เป็นน้ำเสียงที่เจือด้วยความสุขของต้นไม้อ่อนโยน

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

HOPE


เปลวไฟขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง เพื่อส่งให้จรวดที่บรรจุผู้โดยสาร 45,000 คน พุ่งทะลุชั้นบรรยากาศออกไปสู่อาณานิคมอวกาศ (Space Colony) ก่อนที่เปลวไฟสีแดงนั้นจะเลือนหายไปในอวกาศ เหลือทิ้งไว้เพียงท้องฟ้าสีเทาหม่นกว้างใหญ่สุดสายตา

ณ ที่ห่างไกลออกไป ดวงตาสองคู่จ้องมองภาพเปลวไฟนั้น หายลับไปในความสลัวลางของท้องฟ้าสีเทาหม่นนี้เช่นกัน

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

AWAKENING


     ผมถูกปลุกขึ้นมาจากสภาพจำศีล (Hibernation) ในแคปซูลขนาดพอดีตัว
     ด้วยความทรงจำที่เกือบจะว่างเปล่า ภายใต้ร่างกายที่เหมือนไม่ใช่ของตัวเอง ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าที่ผมจะเริ่มขยับตัวได้ดังใจ พยายามก้าวเดินไปทีละก้าว เพื่อมองรอบๆ ตัวให้ชัดเจน
     นี่คือห้องที่คล้ายกับโรงยิมที่ไม่มีอุปกรณ์กีฬา แต่แทนที่ด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งห้องไม่มีหน้าต่าง มีแต่แสงจากไฟประดิษฐ์ที่ให้ความสว่างได้เพียงพอ และใช้อากาศจากระบบปรับอากาศภายในอาคาร